หน้าแรก > Internet > ต่อไปจะไม่มีใครcoverเพลงชาวบ้านได้เพราะกฎหมายเนี่ย!!!‏

ต่อไปจะไม่มีใครcoverเพลงชาวบ้านได้เพราะกฎหมายเนี่ย!!!‏

พรบ.หยุดละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Stop Online Piracy Act: SOPA) และพรบ.คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Protect IP Act: PIPA)เจ้าปัญหากำลังได้รับผลตอบรับทางด้านลบอย่างหนัก แถมถูกต่อต้านจากเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น Wikipedia ที่วางแผนปิดเว็บไซต์ชั่วคราวในวันพุธที่ผ่านมาเป็นเวลา 24 ชั่วโมง แม้แต่กูเกิ้ลเองก็ยังมาร่วมต่อต้านกับเค้าด้วย ด้วยการคาดแถบดำปิดชื่อกูเกิ้ลบนหน้าค้นหา พร้อมทำลิ้งค์อธิบายว่าทำไมพวกเค้าถึงต้องทำเช่นนั้น

แต่เจ้าพรบ. SOPA และ PIPA จริงๆแล้วเนี่ยคืออะไร? ทำไมยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีถึงออกมาวิจารณ์และต่อต้านกันอย่างรุนแรง ทั้งๆที่กฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ที่น่าจะมีผลดีนี่นา วันนี้ซีมีคำตอบให้ค่ะ

SOPA และ PIPA: ข้อมูลพื้นฐาน

บริษัทสื่อต่างๆที่เกี่ยวกับภาพยนตร์หรือเพลงต่างก็พยายามหาวิธีการใหม่ๆมาสู้กับการละเมิดลิขสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องผู้บริโภคที่โหลดหรือแจกจ่ายไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ, พยายามกดดันให้ ISP ทำอะไรเพื่อจัดการกับผู้ใช้ที่โหลดไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ แถมยังร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐปิดเว็บไซต์ที่มีโดเมนเนมที่ตั้งอยู่ในอเมริกา แต่วิธีการเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งเว็บไซต์ต่างประเทศอย่าง Pirate Bay และ MegaUpload ให้ยุติการละเมิดลิขสิทธิ์ลงไปได้ แม้แต่การบล็อคผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไม่ให้เข้าไปใช้บริการเว็บเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถทำได้เลย

การยื่นพรบ. SOPA ผ่านสมาชิกสภาและการยื่น PIPA ผ่านวุฒิสภาเพื่อให้ผ่านความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ ก็มีเป้าหมายเพื่อกำจัดเว็บไซต์ต่างประเทศที่ทำการเผยแพร่ไฟล์ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ ซึ่งพรบ.ทั้งสองฉบับนี้มีความเชื่อมโยงกับ media piracy แต่ผลของมันกลับครอบคลุม รวมถึงการปลอมแปลงสินค้าบริโภคและยาด้วย

เดิมทีพรบ.ทั้งสองฉบับนี้ ได้ระบุวิธีจัดการกับเว็บไซต์ต่างประเทศที่ละเมิดลิขสิทธิไว้ 2 วิธี วิธีแรกคือ กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐสามารถใช้อำนาจศาลสั่งให้ ISP บล็อคโดเมนเนมของเว็บละเมิดลิขสิทธิได้ ยกตัวอย่างเช่น Comcast (ISP รายนึงในอเมริกา) สามารถบล็อคลูกค้าไม่ให้เข้าไปใช้งานเว็บ thepiratebay.org ด้วยการเข้าถึง IP address ของผู้ใช้ การให้อำนาจ ISP ในการปิดกั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่หลายๆฝ่ายโดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ตเป็นกังวล แต่พรบ.ทั้งสองฉบับกลับมองข้ามจุดนี้ไป

ส่วนวิธีที่สองก็คือการให้ผู้ถือลิขสิทธิสามารถขอคำสั่งศาลให้บริษัทการเงิน, บริษัทโฆษณา และ search engine หยุดทำธุรกิจกับเว็บไซต์ที่ทำการละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านั้น นั่นหมายความว่าผู้ที่ถือลิขสิทธิจะทำการตัดท่อน้ำเลี้ยงด้านการเงินกับเว็บเหล่านั้น ส่วน search link ที่ปรากฎบน search engine ก็จะต้องถูกลบออกไป ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรีบดำเนินการทันทีภายใน 5 วันหลังจากที่ได้รับคำสั่งศาล

แม้ว่าพรบ.ทั้งสองฉบับจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ SOPA ดูเหมือนจะสุดโต่งกว่า มันให้คำนิยาม “เว็บไซต์ต่างประเทศที่ละเมิดลิขสิทธิ” คือ เว็บไซต์ใดๆก็ตามที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรืออำนวยความสะดวกให้มีการละเมิดลิขสิทธิ ในขณะที่พรบ. PIPA จำกัดแค่เว็บไซต์ที่ไม่มีสิทธิในการใช้เท่านั้น ส่วนใครอยากรู้รายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปอ่านต่อได้ในเว็บ Library of Congress ค่ะ

ข้อโต้แย้งที่มีต่อ SOPA และ PIPA

ผู้ที่ต่อต้าน SOPA และ PIPA เชื่อว่าไม่มีกฏหมายตัวใดเลยที่เพียงพอต่อการป้องกันการกล่าวโทษอันเป็นเท็จ Electronic Frontier Founder กล่าวว่า “มาตรฐานการป้องกันของพรบ.นี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ และมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การละเมิดหรือนำไปใช้ในทางที่ผิด” พรบ.ให้อำนาจกับเจ้าของสิทธิบีบบังคับให้บริษัทการเงินและเครือข่ายโฆษณาตัดขาดจากเว็บเหล่านั้นโดยใช้ข้ออ้างการละเมิดลิขสิทธิ แต่ถ้ามองในมุมกลับถ้าข้อกล่าวหานั้นเป็นเท็จขึ้นมาล่ะ เว็บนั้นก็จะตกอยู่ในภาวะลำบากโดยที่ไม่มีความผิด

ในขณะที่เว็บไซต์ที่เป็นโฮสต์เก็บข้อมูล user-generated content ก็อยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นกัน ต้องสอดส่องพฤติกรรมผู้ใช้งานอย่างใกล้ชิด ถ้าเป็นเว็บเล็กๆผู้ใช้น้อยๆก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าเป็นเว็บอย่าง YouTube ที่มีคนใช้งานมากมาย นั่นหมายถึงต้องลงทุนระบบดูแลอีกมากมายมหาศาล เพราะถ้ามีไฟล์ละเมิดลิขสิทธิแม้แต่ไฟล์เดียวทั้งเว็บก็อาจถูกปิดการใช้งานได้

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเห็นว่าบริษัทสื่อต่างๆพยายามผลักดันให้กฎหมายนี้เกิดเพื่อเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาที่เแท้จริงที่เกิดกับโมเดลธุรกิจของพวกเค้า แทนที่จะไปดูว่าจริงๆแล้วผู้บริโภคต้องการอะไรกันแน่ ทำไมถึงละเมิดลิขสิทธิ แล้วปรับโมเดลธุรกิจซะใหม่

ในขณะที่ผู้สนับสนุน SOPA และ PIPA ก็แย้งว่า ผู้ที่ถือลิขสิทธิก็ต้องทำตามกฎที่ตั้งไว้อย่างเข้มงวดเหมือนกันเพื่อที่จะตัดเส้นทางการเงินของเว็บละเมิดลิขสิทธิ หากมีการกล่าวหาที่เป็นเท็จหรือมีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้นจริง เจ้าของสิทธิก็จะต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าทนายให้กับเว็บนั้นๆ

SOPA และ PIPA ใครได้ประโยชน์? ใครต่อต้าน?

สส. Lamar Smith (รัฐเท็กซัส) ผู้ร่างพรบ. SOPA ได้รับเสียงสนับสนุน 31 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร์ ส่วนสว. Patrick Leahy ผู้ร่างพรบ. PIPA ก็ได้รับเสียงสนับสนุน 40 เสียงจากวุฒิสภา ซึ่งเว็บ ProPublica ได้แสดงรูปภาพและรายชื่อเหล่าสส.และสว.ที่ให้การสนับสนุนไว้ เผื่อใครสนใจเข้าไปดูได้นะ

ในขณะที่ทำเนียบขาวได้แสดงความห่วงใยเกี่ยวกับพรบ.ทั้งสองฉบับนี้ ผ่านแถลงการณ์ดังนี้ “กฎหมายใดๆที่บังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องคำนึงถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้าง รวมถึงทุกคนตั้งแต่ผู้ที่สร้างคอนเท้นท์จนไปถึงวิศวกรที่สร้างและดูแลโครงสร้างพื้นฐานของอินเตอร์เน็ต”

นอกจากสส.และสว.แล้ว ก็ยังมีผู้ที่ให้การสนับสนุน SOPA ประกอบไปด้วยบริษัทสื่อต่างๆ, ค่ายเพลง, สถานีโทรทัศน์, ผู้ผลิตภาพยนตร์ และสำนักพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีบางบริษัทที่ให้ความสนใจในการต่อต้านการขายสินค้าเลียนแบบบนอินเตอร์เน็ตด้วย อย่างเช่น บริษัทผลิตเครื่อสำอาง Revlon และบริษัทยา Pfizer ก็รวมอยู่ในกลุ่มผู้สนับสนุนด้วย

ส่วนฝ่ายที่ต่อต้าน SOPA และ PIPAส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งจดหมายเปิดผนึกที่ส่งไปยังกรุงวอชิงตันเพื่อต่อต้านกฎหมายนี้ลงนามโดยผู้ก่อตั้งของ Craigslist, eBay, Google, Mozilla, Twitter, และ Wikipedia

ส่วนคนที่อยู่ตรงกลางไม่แสดงทีท่าต่อต้านหรือสนับสนุน ได้แก่กลุ่มบริษัทที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างสื่อและเทคโนโลยี เช่น ผู้ผลิตวิดีโอเกมก็ยังคงนิ่งเงียบอยู่ ,กลุ่ม the Entertainment Software Association ก็แสดงทีท่าสนับสนุนพรบ.นี้, กลุ่ม Business Software Alliance (BSA) ที่เริ่มแรกให้การสนับสนุน แต่ก็ถอนตัวออกมาเพราะเห็นว่าพรบ.นี้ ให้อำนาจมากจนเกินไป  ส่วน Apple และ Microsoft ที่เป็นสมาชิกของ BSA ก็ยังไม่แสดงทีท่าใดๆทั้งสิ้น

VIA pcworld

Advertisements
หมวดหมู่:Internet ป้ายกำกับ:, , , , , , ,
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s