หน้าแรก > Technologies > กุญแจที่ติดตัวคุณอยู่ตลอดเวลา

กุญแจที่ติดตัวคุณอยู่ตลอดเวลา

กุญแจล็อคประตูเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันของในห้องของคุณให้ปลอดภัย แต่หลายคนมักจะทำมันหายอยู่เสมอๆ ต่อไปในอนาคตคุณจะมีกุญแจที่ไม่มีวันทำหายได้เลย นั่นก็คือกระดูกของคุณเอง

ต่อไปในอนาคตเราอาจจะได้ใช้กระดูกของเราเองในการเปิดล็อคประตูต่างๆ เพราะตอนนี้ทาง AT&T Labs กำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยส่งสัญญาณการสั่นที่มีรูปแบบเฉพาะจากร่างกายเพื่อใช้ในการปลดล็อคประตู ซึ่งนี่จะเป็นการเพิ่มความหมายใหม่ให้กับประโยคยอดนิยมอย่าง “slide to unlock,” โดยอุปกรณ์ตัวใหม่นี้อาจจะถูกฝังลงไปในสมาร์ทโฟน และใช้ piezoelectric transducers ส่งสัญญาณออกมาผ่านร่างกายของคุณไปยังเครื่องรับสัญญาณที่ฝังไว้ในลูกบิดของประตู โดยที่คุณจะไม่มีทางรู้ถึงการสั่นสะเทือนนี้เลย ลูกบิดประตูจะปลดล็อคและตอบสนองเฉพาะกับคนที่มันถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้

ในอนาคตระบบนี้จะถูกพัฒนาและออกแบบให้ส่งสัญญาณที่แตกต่างออกไปโดยขึ้นอยู่กับขนาดและความหนาแน่นมวลกระดูกของคุณ นั่นหมายความว่าต่อให้มือถือของคุณถูกขโมยไปก็ไม่สามารถนำมาใช้เปิดล็อคประตูได้เพราะสัญญาณจะมีลักษณะเฉพาะด้วยร่างกายของคุณ นอกจากนั้นเทคโนโลยีนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ด้านอื่นๆได้อีก เช่น อาจจะใช้มันเป็นทางเลือกแทนเทคโนโลยี NFC (near-field communications technology) นั่นหมายความว่าต่อไปคุณจะสามารถแลกนามบัตรดิจิตอลกันด้วยการจับมือเท่านั้น โดยไม่ต้องไปแตะต้องมือถือเลย สะดวกมั๊ยล่ะ

สำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่ต้องการความปลอดภัยมากนักอาจจะไม่ค่อยมีแรงจูงใจในที่ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เทคโนโลยีนี้ แต่สำหรับหน่วยงานของรัฐบาลที่เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ พวกเค้าไม่พลาดเทคโนโลยีนี้แน่

VIA techland

หมวดหมู่:Technologies ป้ายกำกับ:, , ,
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: