หน้าแรก > invention > หาของในบ้านไม่เจอให้ Kinect ช่วยหาดูสิ

หาของในบ้านไม่เจอให้ Kinect ช่วยหาดูสิ

นักวิทยาศาสตร์สองคนได้พัฒนาระบบกล้องที่ตรวจจับระยะความลึกของวัตถุได้ เพื่อนำมาช่วยในการติดตามหาของที่ต้องการในกรณีที่มันถูกย้ายไปที่อื่นในบ้าน

โปรเจคนี้มีชื่อว่า Kinsight ที่มีการใช้เซนเซอร์ Kinect หลายๆตัวมาติดกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันซอฟท์แวร์ที่ทางนักวิจัยพัฒนาขึ้นมา แม้ว่าโปรเจคนี้ยังอยู่ในช่วงของการทดลองเท่านั้นแต่ก็แสดงให้เห็นว่าใช้ในสถานการณ์จริงได้ดีทีเดียว

ลองนึกภาพถึงระบบที่สามารถใช้ติดตามสิ่งของทุกอย่างที่เราใช้ในชีวิตประจำวันได้สิ นั่นคือคำจำกัดความของระบบนี้ ในการติดตามหาตำแหน่งของสิ่งที่ต้องการ นักวิจัยได้สร้าง smart search engine สำหรับใช้ในบ้านเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการหาได้อย่างรวดเร็ว เช่น แว่นตา/รีโมททีวี/กระเป๋าสตางค์อยู่ไหน? แม้ว่าในปัจจุบันเราจะมีทางเลือกอื่นอย่างชิฟ RFID แต่ระบบนี้จะมีราคาถูกกว่าเครื่องอ่าน RFID มาก

การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการหาสิ่งของทั้งหมดในเวลาเดียวกันในแบบ real-time ก็ทำให้หน่วยประมวลผลทำงานหนักเกินไป ทางนักวิจัยเลยออกแบบแบบให้ค้นหาเฉพาะสิ่งของที่มนุษย์เคลื่อนย้ายทำให้ตำแหน่งของสิ่งนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม จึงเป็นผลให้ระบบมุ่งเน้นไปการตรวจจับร่างกายของคนก่อนแล้วทำการค้นหาวัตถุที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งในบริเวณนั้น

แม้ว่าความสามารถของเซนเซอร์ Kinect จะมีข้อจำกัดอยู่ โดยมันสามารถติดตามวัตถุได้ภายในระยะห่าง 3.4 เมตรและข้อมูลที่ได้เป็น “skeleton data” ที่ 15 เฟรม/วินาที แต่โปรแกรมของ Kinsight ที่พัฒนาก็ใส่ commonsense เข้าไปด้วยเพื่อช่วยให้มันมีความแม่นยำขึ้น ดังนั้นมันจึงรู้ได้ว่าแก้วกาแฟมักจะพบบนโต๊ะทำงานหรืออ่างล้างจานในครัว ไม่ใช่ในห้องน้ำ นั่นหมายความว่าเวลาที่ระบบเกิดความไม่แน่ใจว่าของนั้นอยู่ที่ไหน object recognition algorithm ก็สามารถใช้ความรู้พื้นฐานนี้ในการระบุและวิเคราะห์ความน่าจะเป็นว่าสิ่งนั้นควรจะอยู่ที่ไหนหรือสถานที่ที่ต้องค้นหาจุดต่อไปคืออะไร

ตอนนี้อัลกอริทึ่มนี้ช่วยให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ลักษณะภายนอกของวัตถุต่างๆและบริบทที่มันถูกนำมาใช้โดยนำข้อมูลทั้งสองอย่างนี้มาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อหาตำแหน่งสิ่งที่ต้องการ ในการทดสอบระบบทั้งคู่ได้ทำฉลากขึ้นมาติดสิ่งของจำนวน 48 ชนิด ได้แก่ ช้อนส้อม, มีด, กุญแจและลูกรูบิค ซึ่งระบบสามารถระบุตำแหน่งที่เป็นไปได้ที่ของเหล่านี้จะอยู่ได้ 80 ตำแหน่งทั่วบ้าน หลังจากนั้นก็ให้อาสาสมัครย้ายสิ่งของเหล่านี้แบบสุ่ม ผลพบว่าระบบจะบอกตำแหน่งผิดพลาดในกรณีที่ของสิ่งนั้นมีขนาดเล็กเกินไป, อยู่ห่างเซนเซอร์เกินไป, วัตถุนั้นเป็นวัตถุโปร่งใสหรือการตั้งวัตถุชิดกันจนเกินไป ซึ่งทางนักวิจัยบอกว่าปัญหาเหล่านี้แก้ได้โดยเพิ่มเซนเซอร์ต่อห้องให้มากขึ้น รวมถึงพัฒนากล้องที่จับความลึกได้ดีขึ้น

VIA BBC

หมวดหมู่:invention ป้ายกำกับ:, , ,
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: